ฟุตบอลเยอรมันถือว่าเป็นลีกที่มีความพิเศษมากกว่าลีกใหญ่อื่น ๆ ของยุโรป ด้วยระบบทีมที่จะเล่นกันแค่ 18 ทีม ทำให้มีการแข่งขันแค่ 36 นัดเท่านั้น แถมการตกชั้นยังไม่ได้คัดเอาแค่ 3 ทีมท้ายสุดของตารางอีกต่างหาก ลองมาดูกันว่าบทสรุปของซีซั่นที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ว่ากันถึงทีมแชมป์กันก่อนสำหรับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงบนผืนแผ่นดินเยอรมันเมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้อีกสมัยทั้ง ๆ ที่ตอนต้นซีซั่นฟอร์มร่วงจนหลายคนมองว่าน่าจะถึงโอกาสทีมอื่น ๆ บ้าง ทว่านิโก้ โควัช และลูกทีมก็เร่งเครื่องจนจบด้วย 78 คะแนน ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มแก้มปริไปตาม ๆ กันอีกเช่นเคย ทีมอันดับ 2 แม้จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่มันคือซีซั่นที่น่าเศร้าของพลพรรค “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อพวกเขาอุตส่าห์ทำคะแนนในช่วงต้นซีซั่นมาชนิดนำโด่งแต่ท้ายที่สุดกลับพลาดท่าให้ทีมจากแดนใต้อีกจนได้ อันดับ 3 อาร์เบ ไลป์ซิก ทีมฟอร์มร้อนแห่งซีซั่นที่ต้องบอกว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีเกินคาดกับการจบที่ 66 แต้ม ได้มีสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่จะทำกำไรให้กับทีมได้ชนิดเป็นกอบเป็นกำแน่นอน และอันดับ 4 “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 

Continue Reading

สำหรับแฟน ๆ กัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี ปีนี้อาจไม่ต้องลุ้นอะไรมากนักจากข่าวการย้ายทีมมาตั้งแต่ต้นซีซั่นของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ความน่าสนใจจึงไปอยู่ที่อันดับอื่น ๆ มากกว่าว่าทีมไหนจะทำผลงานได้ดีจนติดอันดับตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ มาดูผลไปพร้อม ๆ กันได้เลย แชมป์ปีนี้ก็ยังคงตกเป็นของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกันของพวกเขา แน่นอนนักเตะที่เข้ามาทำให้ทีมยังคงรักษาแชมป์ได้อีกสมัยคงหนีไม่พ้นดาวเตะชาวโปรตุเกสที่ย้ายมาจากเรอัล มาดริด แม้ปีนี้เจ้าตัวอาจไม่ได้ระเบิดฟอร์มเปรี้ยงปร้างยิงระเบิดระเบ้อเหมือนกับปีก่อน ๆ สมัยค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้แชมป์ไม่หนีไปจากเมืองตูริน ทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นในศีกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกอบไปด้วยทีมอันดับ 2 อย่างนาโปลี ที่เอาจริง ๆ ก็ทำแต้มได้สูงมากถึง 79 แต้ม แค่มันยังไม่เพียงพอในการคว้าแชมป์เท่านั้นเอง อันดับ 3 ต้องบอกว่าเซอร์ไพร์สสุด ๆ สำหรับอตาลันต้าที่เก็บคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมจนมี 66 คะแนน เท่ากับอันดับ 4 อย่าง “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ที่ 66 แต้ม ทว่าลูกได้เสียของพวกเขาดีกว่าจึงคว้าอันดับ 

Continue Reading

ศึกลาลีกา สเปน ปิดฉากไปเรียบร้อยพร้อมกับการคว้าแชมป์ตามคาดหมายของบรรดาเกจิหลายคนที่มองเอาไว้ตั้งแต่ต้นซีซั่นด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันยังมีบทสรุปของทีมอื่น ๆ ที่น่าสนใจมาให้ติดตามกันด้วย ขอบอกว่าลีกนี้ไม่ค่อยมีพลิกโผอะไรเท่าไหร่นัก แต่ละทีมที่ได้อันดับจัดว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เริ่มต้นกันด้วยแชมป์ตกเป็นของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่ยังคงชูโรงด้วยซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนติน่าอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ น่าเสียดายมาก ๆ ที่ปีนี้พวกเขาไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งทีนัดแรกเอาชนะลิเวอร์พูลมาก่อน 3-0 แต่นัดที่ 2 ดันบุกไปพ่ายถึงแอนฟิลด์ 4-0 ทว่าในลีก การเก็บได้ถึง 87 คะแนน นำห่างอันดับ 2 ถึง 11 แต้ม ก็เพียงพอมาก ๆ แล้ว ทีมที่ได้โควตาไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ประกอบไปด้วยอันดับ 2 “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่ช่วงแรกก้าวขึ้นมาเหมือนจะลุ้นแชมป์กับบาร์ซ่าแต่สุดท้ายก็แผ่วปลายจบอันดับ 2 แบบห่าง ๆ แต่ก็ยังคงได้ไปบอลยุโรปถ้วยใหญ่ อันดับ 3 ถือว่าน่าผิดหวังมาก ๆ ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล 

Continue Reading

ปิดฉากกันไปเรียบร้อยสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำซีซั่นนี้ซึ่งต้องบอกว่าการขับเคี่ยวเพื่อแย่งแชมป์ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้ายจริง ๆ แถมยังมีพลิกในพลิกจนแฟนบอลตื่นเต้นไปตาม ๆ กัน และนี่คือบทสรุปทั้งหมดว่าทีมต่าง ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง แชมป์ลีกปีนี้ตกเป็นของทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่นัดสุดท้ายแม้พวกเขาจะโดนไบร์ทตันออกนำไปก่อน 1-0 ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็พลิกกลับมายิงถล่มกระจายเอาชนะไปได้ 4-1 ป้องกันแชมป์จากซีซั่นที่แล้วได้สำเร็จ นอกจากนี้ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังกวาดแชมป์ทุกรายการบนเกาะอังกฤษชนิดไม่แบ่งให้ใครทั้งสิ้นได้แก่ แชมป์ลีก คัพ และเอฟเอ คัพ ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างแท้จริงของแมนเชสเตอร์สีฟ้า ทีมที่ได้เข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกประกอบไปด้วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่คว้ารองแชมป์ได้แต้มสูงถึง 97 คะแนน ตามหลังแมนฯ ซิตี้ แค่แต้มเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามพวกเขายังมีลุ้นคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่อีกรายการ อันดับ 3 คือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่แม้จะไม่ได้ถ้วยใด ๆ ติดมือแต่จากสภาพนักเตะที่มีอยู่ก็ต้องยอมรับในการจัดการทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งต้องรอดูว่าซีซั่นหน้าเขาจะคว้าใครมาร่วมทัพเพื่อเสริมแกร่งได้หรือไม่ และอันดับ 4 คือ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม 

Continue Reading

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่น 2018/19 เดินทางมาถึงนัดชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย โดยปีนี้เป็นการบดขยี้กันระหว่าง 2 ทีมดังจากอังกฤษนั่นคือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมสีแดงจากฝั่งเมอร์ซีย์ไซด์ที่พึ่งคว้ารองแชมป์ลีก พบกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังจากกรุงลอนดอน โดยจะลงเตะกันในคืนวันที่ 1 มิถุนายน นี้หรือเช้าวันที่ 2 มิถุนายน ตามเวลาในบ้านเรา จึงอยากขอวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่าใครมีโอกาสคว้าถ้วยใบใหญ่ปีนี้ไปครอง เริ่มจากลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทัพของเจอร์เกน คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันที่ต้องบอกว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้เกมในลีกมีแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้นแต่น่าเสียดายที่พวกเขาเสมอเยอะไปหน่อยจึงอดคว้าแชมป์ลีกอย่างน่าเสียดาย เกมนี้ยังต้องรอเช็คความฟิตของโรแบร์โต้ ฟีมีร์โน่ หัวหอกชาวแซมบ้าว่าจะสามารถฟิตกลับมาลงสนามทันหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทันดิว็อก โอริกี ช่วงนี้ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมากทีเดียว ส่วนขุมกำลังอื่นยังคงจัดเต็มแน่ ๆ นำโดย 2 แนวรุกดาวซัลโวร่วมสุดโหดอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และซาดิโอ มาเน่ ขณะที่แนวรับนำโดยเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และอลิสซอน เบ็คเกอร์ ขณะที่สเปอร์สจากมันสมองของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ พวกเขาจะไร้แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งที่บาดเจ็บยาว แต่ดาวเตะคนอื่น ๆ ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีเกมนี้จะนำทัพโดยซอง เฮือง 

Continue Reading

ต้องบอกว่าปีนี้เป็นความพิเศษมาก ๆ ของทีมจากอังกฤษในบอลยุโรปเมื่อพวกเขาสามารถผ่านเข้าชิงมาทั้งหมด 4 ทีมไม่ว่าจะเป็นถ้วยเล็กหรือถ้วยใหญ่ โดยศึกยูโรปา ลีก นัดชิงชนะเลิศซึ่งเตะกันที่สนามโอลิมปิก บากู จะเป็นการพบกันระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ปะทะ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นอกจากจะเป็นการพบกันของทีมจากอังกฤษแล้วเราอาจบอกได้ว่านี่เป็นศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ นอกประเทศในรอบหลายปีคงไม่ใช่เรื่องผิดเท่าไหร่นัก เริ่มต้นกันที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ภายใต้การทำทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ยอดกุนซือจอมแท็กติกชาวอิตาเลียน ปีนี้เขาอาจโดนแฟนบอลก่นด่าเป็นประจำด้วยการเล่นบอลแนวปรัชญาของตัวเองแต่ต้องยอมรับว่าจากสภาพนักเตะที่มีและพาเชลซีจบด้วยอันดับ 3 ในลีกกับพาเข้าชิงยูโรปา ลีก เป็นผลงานไม่ธรรมดาของกุนซือสิงห์อมควันรายนี้จริง ๆ ตัวหลักของทีมยังไงก็หนีไม่พ้น เอเด็น อาซาร์ ดาวเตะชาวเบลเยียมที่เป็นหัวใจและฟันเฟืองต่าง ๆ ขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็ยังมีเอ็นโกโล่ ก็องเต้, วิลเลี่ยน, เปโดร, กอนซาโล่ อิกัวอิน ซึ่งน่าจะลงสนามกันครบครัน ทางด้านของ “ปืนใหญ่” จากกึ๋นของอูไน เอเมรี่ ยอดผู้จัดการทีมเลือดกระทิงดุ แม้ปีนี้จะพึ่งเข้ามาคุมทีมได้แค่ซีซั่นเดียวแต่ก็ถือว่าทำผลงานไม่ได้ย่ำแย่จบอันดับ 5 ในลีก น่าเสียดายที่ช่วงหลัง ๆ ฟอร์มไม่ค่อยสม่ำเสมอมากนัก 

Continue Reading

ศึกไทยลีกปีนี้มีกฎใหม่เพิ่มขึ้นมาและถือเป็นความน่าสนใจสุด ๆ กับโควตานักเตะอาเซียน โดยก่อนหน้านี้ไทยลีกบ้านเรามีการใช้กฎ 3+1 ก็คือเป็นนักเตะชาติใดก็ได้ 3 คนบวกด้วยนักเตะเอเชีย 1 คน กระทั่งล่าสุดเปลี่ยนมาเป็น 3+1+3 หมายถึงเลข 3 หลังคือสามารถเพิ่มนักเตะโควตาอาเซียนในการลงสนามได้อีก 3 ราย โดยเป็นโควตาที่รวมไปถึงรายชื่อผู้เล่นสำรองที่ส่งมาในแต่ละเกมแล้วด้วย คำถามที่น่าสนใจคือการให้โควตากับนักเตะอาเซียนแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีจริงหรือไม่? ถ้าตอบกันแบบตรง ๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องดีมาก ๆ ที่นักเตะเก่ง ๆ ในอาเซียนหลายคนได้มีโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีเท้าในบ้านเรา เป็นกำไรของผู้ชมที่จะได้เห็นบรรดานักเตะเหล่านี้ลับแข้งบนสนามด้วยสายตาของตนเอง แถมจะช่วยยกระดับนักเตะไทยให้เก่งขึ้นด้วยซ้ำเมื่อพวกเขาต้องเจอกับทีมจากอาเซียนจริง ๆ ในการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติรายการต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มความสามารถให้วงการฟุตบอลอาเซียนได้มากขึ้น นักเตะที่เข้ามาก็มีประสบการณ์ได้ใช้ประโยชน์จากการเข้ามาเล่นเต็ม ๆ หากมองไปยังรายชื่อนักเตะโควตาอาเซียนที่ดังที่สุดของบ้านเราคงหนีไม่พ้น อ่อง ธู แนวรุกจากเอสซีจี เมืองทอง ที่เคยโชว์ผลงานได้อย่างเข้าตากรรมการสุด ๆ เมื่อซีซั่นที่แล้วในการเล่นให้กับโปลิศ เทโร การมีแข้งต่างชาติในอาเซียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คืออีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นนักเตะไทยเองให้พัฒนาฝีเท้าดีกว่านี้มากขึ้นไปอีก ไม่อย่างนั้นโอกาสจะได้ลงเล่นในทีมก็น้อยลงตามลำดับ สมัยก่อนนักเตะหลายคนไม่ได้สนใจฝึกฝีเท้ามากนักด้วยจำนวนตัวเลือกที่มีจำกัดพวกเขาจึงรู้สึกว่าเล่นดีเล่นแย่ก็ได้ลงสนาม แต่เมื่อมีโควตาอาเซียนขึ้นมาแถมราคาไม่แพงแบบนี้ใครเคยคิดแย่ ๆ มาก่อนมีสิทธิ์ตัดหางปล่อยวัดยาว ๆ ได้เลย การเปิดตลาดนักเตะให้เพื่อนบ้านในทวีปเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาฟุตบอลไทยยังไงก็นับว่าเป็นเรื่องดีมาก ๆ 

Continue Reading

บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กำหนดให้ ลีรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักสำหรับการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก คิกเกอร์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา “เสือใต้” จำเป็นต้องมองหาผู้เล่นริมเส้นคนใหม่ หลังจากที่ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ สองปีกตัวเก๋า ต่างพร้อมใจที่จะปิดฉากการค้าแข้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านี้ บาเยิร์น มีข่าวเกี่ยวโยงกับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่ง เชลซี อย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุด คิกเกอร์ ระบุว่า ยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรีย ได้มอง ซาเน่ เป็นแข้งเป้าหมายลำดับต้นๆ ซึ่งก็เชื่อกันว่า มีความเป็นไปได้ที่ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีวัย 23 ปี 

Continue Reading

ซีซั่นนี้ศึกไทยลีก 1 มีการปรับจำนวนทีมให้เหลือเพียงแค่ 16 ทีมเท่านั้น แต่ก็ยังคงให้สิทธิ์ทีมจากไทยลีก 2 เมื่อซีซั่นที่แล้ว 3 อันดับแรกได้ขึ้นชั้นมาสัมผัสกับบรรยากาศลีกสูงสุดของประเทศว่าน่าตื่นเต้นเร้าใจขนาดไหน โดย 3 ทีมที่ขึ้นชั้นมาประกอบไปด้วย พีทีที ระยอง, ตราด เอฟซี และเชียงใหม่ เอฟซี เราลองมาส่องฟอร์มการเล่นของทั้ง 3 น้องเล็กที่ขึ้นมาว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มต้นด้วย “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ซึ่งเป็นแชมป์ไทยลีก 2 เมื่อซีซั่นที่แล้ว ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองมาก ๆ ด้วยความพร้อมของทีมที่ถือว่าน่าสนใจ มีการดึงนักเตะใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อช่วยยกระดับให้สามารถต่อกรกับบรรดาเขี้ยวลากดินบนไทยลีก 1 ทว่าฟอร์มในช่วงต้นด้วยความเป็นน้องใหม่ซึ่งเมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ แล้วพวกเขาอาจยังไม่ได้ดีมากนักแต่ก็ไม่ได้ถึงกับฟอร์มหลุดฟอร์มแย่ แม้อันดับจะยังอยู่โซนท้ายตารางแต่ถ้ามองไปยังทีมกลางตารางแล้วแต้มยังสูสีสุด ๆ โอกาสอยู่รอดปลอดภัยยังชิลล์ ๆ อย่างไรก็ตามถ้ามีการปรับทีมอีกนิดโดยเฉพาะแนวรุกรับรองว่าไปได้ไกลแน่ ๆ ต่อมาเป็น “ช้างขาวเจ้าเกาะ” ตราด เอฟซี ซึ่งปีที่แล้วคว้ารองแชมป์ไทยลีก 2 ไปครอง เมื่อช่วงต้นซีซั่นถือว่าเป็นข่าวช็อกเมื่อ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต 

Continue Reading

ศึกไทยลีก 1 ซีซั่นนี้นับตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่นต้องบอกว่ามีความสนุกมาก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มลุ้นแชมป์ซึ่งขอบอกเลยปีนี้ลุ้นกันยาว ๆ แม้แชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นเต็ง 1 แต่ก็ประมาททีมอื่น ๆ ไม่ได้เหมือนกัน เรียกว่าตอนนี้ยังมองภาพไม่ออกด้วยซ้ำจะมีม้าทั้งหมดกี่ตัวในการลุ้นแย่งแชมป์ว่าแล้วเราลองมาวิเคราะห์ความน่าสนใจกันดีกว่า ตามมาด้วยทีมฟอร์มแรงสุดในช่วงเวลานี้อย่าง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่มีการดึงนักเตะดี ๆ เข้ามาทำให้องค์ประกอบลงตัวสุด ๆ โดยเฉพาะ 2 มิดฟิลด์อย่าง โก ซุน กิ กับ สุมัญญา ปุริสาย เรียกว่าตอนนี้รั้งจ่าฝูงแบบสบาย ๆ บวกกับนักเตะอย่างบดินทร์ ผาลา ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมด้วยกองกำลังอื่น ๆ ที่ยังอยู่กันครบ เช่น ดราแกน บอสโควิช, เซร์คิโอ ซัวเรซ, นูรูล ศรียานเก็ม บอกเลยว่าปีนี้พวกเขาลุ้นแชมป์เต็มตัวแน่นอน ทีมเงินถังอีกทีมอย่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ปีนี้ก็ยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์เหมือนเดิม ต้องบอกว่าแม้พวกเขาจะเสียกุนซือฝีมือดีอย่าง อเล็กซานเดร กาม่า 

Continue Reading