ศึกไทยลีก 2019 เลก 2 เริ่มโม่แข้งกันเป็นที่เรียบร้อยและต้องบอกว่าในซีซั่นนี้เกิดความสูสีอย่างมากจากเดิมที่แข้ง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มักยึดหัวหาดไปครองจนจบซีซั่นทว่าปีนี้กลับเป็นการแย่งแชมป์ของหลาย ๆ ทีม นั่นหมายถึงบรรดาดาวเตะแห่งอีสานใต้คงไม่ใช่งานง่ายแน่ ๆ ที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ไปนอนกอดอีกปี ซึ่งดูจากความน่าจะเป็นถือว่ามีลุ้นกันหลายทีมทีเดียว ยังไงก็ตามขอเริ่มต้นจากแชมป์เก่าและจ่าฝูงในเวลานี้อย่าง “ปราสาทสายฟ้า” ที่ฟอร์ม 2 นัดล่าสุดไม่ค่อยสู้ดีนัก แพ้ให้กับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี 1-0 และเกมล่าสุดเปิดช้าง อารีน่า ก็ยังทำได้แค่เสมอกับ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ปัญหาหลักของพวกเขาคือการขาดกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ล่าสุดปล่อย เปโดร จูเนียร์ ไปเรียบร้อยจึงทำให้การถล่มประตูไม่เป็นไปตามคาดเหมือนกับซีซั่นที่แล้วซึ่งมีดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ เป็นจอมพังตาข่ายให้กับทีม อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์การลุ้นแชมป์อาจทำให้พวกเขารอดตัวไปได้อีกปีหากไม่สะดุดขาตัวเองจนล้มหัวคะมำไปเสียก่อน “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่เกมล่าสุดพึ่งพลิกพ่ายให้กับ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมัน 3-2 ทำเอามาโน่ โพกลิ้งถึงกับโดนถล่มเละ บวกกับการที่เจ้าตัวอยู่กับทีมมานานแต่ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์ใด 

Continue Reading

ต้องบอกว่าทั้ง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี และ “เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ เอฟซี ถือเป็นอีก 2 ทีมที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ไทยลีก 2019 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทั้งคู่ถือว่ามีฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมโดยเฉพาะแข้งจากเมืองปากน้ำที่แม้ไม่มีสตาร์โดดเด่นแต่ด้วยระบบทีมและกุนซือคนเก่งของพวกเขาอย่าง เท็ตสึยะ มุรายามะ ชาวญี่ปุ่นเข้ามากุมบังเหียน ทำให้ทีมนี้เล่นบอลด้วยความฟิตและระบบเป็นหลัก ขอเริ่มที่ทัพ “สิงห์เจ้าท่า” ที่ในช่วงเริ่มต้นฟอร์มพวกเขาดีมาก ๆ และรั้งอันดับ 1 ของตารางอย่างสง่าผ่าเผยจนแฟน ๆ ในถิ่นคลองเตยขอลุ้นแชมป์กับเขาบ้างในปีนี้ ทว่าพอถึงช่วงก่อนปิดเลกแรกและก้าวเข้าสู่เลกที่ 2 ปรากฏว่าทีมดันฟอร์มสะดุดไปดื้อ ๆ ไม่ชนะใครมาติดต่อกัน 4 นัดติด รวมถึงเป็นการแพ้ถึง 3 นัด ทำให้เก้าอี้กุนซือของ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ ในถิ่นแพท สเตเดี้ยม สั่นคลอนพอสมควร อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปยังรายชื่อผู้เล่นแล้วก็ทำเอาแฟนบอลออกอาการหัวเสียด้วยดร็อปดราแกน บอสโควิช ให้เล่นในบอลถ้วยแล้วดึงเอาเด็กเก่าอย่าง โจซิมาร์ โรดริเกซ มาร่วมทัพ ซึ่งยังทำผลงานไม่เข้าตาเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็มีการเสริมนักเตะในตำแหน่งอื่นเข้ามาด้วยและเชื่อว่าน่าจะยังพอมีลุ้นแชมป์กับเขาได้บ้างเหมือนกัน ขณะที่ทีมฟอร์มแรงประจำซีซั่นต้องยกให้กับบรรดานักเตะ สมุทรปราการ 

Continue Reading

ถือว่าศึกฟุตบอลโคปา อเมริกา 2019 ครั้งนี้มีความสนุกไม่น้อยทีเดียวเมื่อเจ้าภาพอย่าง “แซมบ้า” บราซิล สามารถผ่านด่าน “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนติน่า ไปได้แบบไม่ยากเย็นอย่างที่คิด 2-0 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จเหลืออีกเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้นที่พวกเขาต้องทำให้ได้คือ การคว้าแชมป์ โดยคู่ชิงของพลพรรคเซเลเซาเป็นม้ามืดอย่างเปรู ที่รองรองชนะเลิศทำผลงานได้อย่างเข้าตากรรมการสุด ๆ พลิกล็อคเอาชนะ ชิลี แชมป์เก่าไปแบบหมดสภาพ 3-0 โดยเกมนัดชิงนี้แฟนบอลทั้ง 2 ทีมโดยเฉพาะเจ้าภาพจะเข้ามาเต็มสนามอย่างแน่นอน ขุนพล “แซมบ้า” บราซิล ภายใต้การคุมทัพของติเต้ อย่างที่รู้กันดีว่าความหวังของฟุตบอลรายการนี้คือคว้าแชมป์ประกอบกับเล่นในบ้านจึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ความถาโถมต่าง ๆ จึงตกอยู่ที่ตัวกุนซือกับนักเตะแบบเต็ม ๆ แถมก่อนเริ่มแข่งไม่นาน เนย์มาร์ ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ประจำทีมก็ต้องถอนตัวอีกยิ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลอย่างหนักว่าปีนี้อาจไม่ใช่เจ้าภาพที่เข้าชิงก็เป็นได้ แม้ฟอร์มการเล่นในช่วงแรก ๆ จะไม่ค่อยดีนักแต่ก็ประคองตัวผ่านมาได้เรื่อย ๆ จนเจอกับอาร์เจนติน่าในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาก็ยังเอาชนะไปได้อีก 2-0 เกมนัดชิงนี้ดาวเตะตัวหลักยังคงอยู่กันแบบฟูลทีมสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรแบร์โต้ ฟีมีร์โน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อลิสซอน เบ็คเกอร์, คาเซมิโร่ ขณะที่ทัพ “อินคา” เปรู ต้องยอมรับว่าพวกเขาเข้ามารอบด้วยฟอร์มสุดกระท่อนกระแท่นด้วยการเป็นทีมอันดับ 

Continue Reading

เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยสำหรับศึกโคปา อเมริกา 2019 โดยอีกคู่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือการดวลเดือดระหว่าง ชิลี และ เปรู แม้ว่าความน่าสนใจจะไม่เท่าคู่ใหญ่อย่างบราซิลที่ปะทะกับอาร์เจนติน่า แต่ในฐานะของการเป็นแชมป์เก่านั่นจึงทำให้เกมนี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างมากว่าชิลีจะมีสิทธิ์เข้าไปป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยหรือไม่ ทั้งนี้ต้องถามเปรูว่าจะยอมให้แบบนั้นจริงหรือ เริ่มต้นกันด้วยทีมชาติชิลีจากการจัดการของเรนัลโด้ รูเอด้า จุดเด่นมาก ๆ ของทีมชุดนี้คือระบบการเล่นที่รูเอด้าวางเอาไว้แบบเป็นทีมเวิร์กสุด ๆ แม้จะมีสตาร์ดังอย่าง อเล็กซิส ซานเชส ปีกตัวเก่งจาก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์ตูโร่ วิดัล มิดฟิลด์ทรงพลังของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทว่าพวกเขาไม่ได้แสดงถึงความเป็นสตาร์โชว์เดี่ยวแต่ประการใด อีกทั้งการเล่นที่หนักหน่วง เข้าบอลแบบถึงลูกถึงคนก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ทีมชิลีชุดนี้มีความแข็งแกร่ง ดุดัน และอันตรายในทุก ๆ จังหวะ รอบก่อนรองชนะเลิศพวกเขาสามารถเอาชนะโคลอมเบียในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ 5-4 โดยในเวลาเสมอกัน 0-0 ทางด้านของเปรูที่กลายเป็นม้ามืดแบบเงียบ ๆ แต่ก็จัดว่าน่าสนใจไม่น้อยคราวนี้พวกเขากุมบังเหียนโดยริคาร์โด กาเรก้า แม้ว่าจะผ่านรอบแรกมาด้วยการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด แต่การต้องมาเจอกับ “จอมโหด” อุรุกวัย ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศถือว่าเป็นงานหินมาก ๆ แถมอุรุกวัยยังส่งบอลเป็นประตูถึง 3 ลูกแต่โดนปฏิเสธทั้งหมดด้วยการใช้ VAR 

Continue Reading

ศึกไทยลีก 2019 เลกแรกปิดฉากลงไป อย่างเรียบร้อย พร้อมกับการครองอันดับ 1 ของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าในเลก 2 นี้จะต้องมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดแน่ ๆ ด้วยตำแหน่งแชมป์เป็นเดิมพัน เราจึงเห็นบรรดาทีมต่าง ๆ โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างเสริมผู้เล่น เพื่อหวังให้ทีมของตนเอง แข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าเดิม ใครที่เป็นแฟน ๆ ไทยลีกลองมาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าล่าสุดแต่ละทีมที่แฟน ๆ ให้ความสนใจนั้น มีการเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเลก 2 นี้อย่างไร จะวิ่งวุ่นกันอุตลุดแค่ไหน สำหรับข่าวก่อนหน้านี้ที่ออกมาและจัดว่าเป็นบิ๊กดีลพอสมควรก็คือ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่ประกาศคว้าตัว ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ดาวเตะทีมชาติไทยมาจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แม้ข่าวจะไม่ได้มีการเปิดเผยค่าตัว แต่ก็เชื่อว่าการคว้านักเตะดีกรีระดับนี้มาคงไม่ธรรมดาแน่ ๆ ขณะเดียวกันก็ยังดึงเอาดาวเตะเก่าของทีมอย่างโจซิมาร์ โรดริเกวซ กลับมายืนเป็นหัวหอกในถิ่น แพท สเตเดี้ยม อีกครั้งด้วย ตามรายงานระบุว่า นักเตะยอมจ่ายเงินตัวเองเพื่อยกเลิกสัญญากับ โปลิศ เทโร เอฟซี 

Continue Reading

เมื่อพูดถึงทีมที่เสริมทัพได้แบบน่าอิจฉาสุด ๆ คงหนีไม่พ้น “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทัพของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสที่ตอนนี้เซ็นนักเตะกันเป็นว่าเล่น อย่างไรก็ตามความน่าสนใจอย่างหนึ่งของการเซ็นสัญญาอยู่ที่นักเตะดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปี นามว่า โรดรีโก้ หลายคนเมื่อได้ยินชื่อต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ใคร” ดังนั้นลองมารู้จักกับดาวเตะคนนี้กันดีกว่า โรดรีโก้ โกเอส หรือ โรดรีโก้ ซิลวา เดอ โกเอส เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2001 ที่เมืองเซา เปาโล บราซิล เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในปี 2011 ขณะมีอายุได้เพียง 10 ขวบ เดิมทีเจ้าตัวเล่นฟุตซอลมาก่อนจากนั้นจึงเปลียนมาเป็นการเล่นฟุตบอลสนามใหญ่นั่นจึงส่งผลให้เขามีสเต็ปในการเล่นแพรวพราวจนน่าจับตามองและได้เข้าไปอยู่ในทีมเยาวชนของซานโต๊ส ทีมดังในลีกบราซิล ซึ่งการเข้าไปในทีมเยาวชนนี้เองเริ่มทำให้เจ้าตัวได้แสดงฝีเท้าออกมาจนเข้าตาบรรดาโค้ชในทีมที่ชื่นชอบสไตล์การเล่นแนวแซมบ้า พลิ้วไหวไปกับบอลได้ราวกับว่าเป็นสิ่งของชิ้นเดียวกัน ในปี 2016 เองเขาเริ่มได้รับการดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แต่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนามมากเท่าไหร่นัก กระทั่งปี 2017 เขาได้รับโอกาสในการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกโดยการเซ็นสัญญานั้นดีลกันไว้ 5 ปี กระทั่งช่วงเดือนพฤศจิกายนกุนซือของทีมอย่างเอลาโน่ได้เริ่มต้นให้โอกาสเขาด้วยการโปรโมทเพื่อให้แฟนบอลค่อย ๆ รู้จัก และได้โอกาสลงสนามเป็นครั้งแรกของเกมลีกในฐานะตัวสำรองแทนที่ บรูโน่ เอ็นริเก้ ในเกมที่ซานโต๊สเปิดบ้านเอาชนะแอตเลติโก 

Continue Reading

ถือว่าเป็นข่าวที่สร้างความคึกโครมให้กับตลาดนักเตะช่วงนี้อย่างมากเมื่อ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมดังในศึกลาลีกา สเปน จ่อปิดดีลคว้าตัว ชูเอา เฟลิกซ์ ยอดมิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวโปรตุเกสไปร่วมทีมด้วยค่าตัวที่เชื่อกันว่าน่าจะสูงราว 120 ล้านยูโร กันเลยทีเดียว นับว่าเป็นการทุ่มทุนสร้างมาก ๆ กับการดึงดาวรุ่งรายนี้มาร่วมทีม อย่างไรก็ตามหลายคนเชื่อกันว่าเขาน่าจะกลายเป็นดาวดวงใหม่ในการพาโปรตุเกสประสบความสำเร็จแบบเดียวกับที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กำลังทำอยู่ในเวลานี้ ชูเอา เฟลิกซ์ ซีโกร่า เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1999 ที่วีเซอู โปรตุเกส เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมในทิ้งถิ่นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ก่อนที่ในปี 2008 เอฟซี ปอร์โต ทีมดังแห่งลีกฝอยทองจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุแค่ 8 ขวบเท่านั้น อย่างไรก็ตามการอยู่ในทีมเยาวชนของปอร์โต้เขาไม่อาจเค้นฟอร์มเด่นที่มีได้เท่าไหร่นักอีกทั้งยังโดนโค้ชเยาวชนของทีมปรามาสว่าเขาเองไม่เหมาะกับการเล่นฟุตบอลเนื่องจากตัวเล็กมาก ในที่สุดเขาจึงโดนปล่อยออกจากทีม แต่ความหวังของเฟลิกซ์ยังไม่หมดเขาตัดสินใจเข้ามายังเมืองหลวงที่ลิสบอนก่อนจะผ่านการทดสอบฝีเท้ากับเบนฟิก้าในปี 2015 การเข้ามาร่วมทีมนี้เหมือนเจ้าตัวใช้ความผิดหวังที่เคยมีเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันจนทำให้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าสนใจ เขาได้รับโอกาสให้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ทีมชุดสำรองและยังทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่องเมื่อตอนปี 2016 ในวัย 16 ปี ซีซั่นถัดมายิ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้เก่งเกินวัยทั้งความนิ่ง สุขุม มีสมาธิ กระทั่งปี 2018 เขาก็ได้ก้าวขึ้นมาร่วมทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว ตำแหน่งที่เขาถนัดก็คือมิดฟิลด์ตัวรุกซึ่งเฟลิกซ์ก็เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเขาเองมีริคาร์โด้ 

Continue Reading

ถือว่าเป็นเรื่องยากมากสำหรับนักเตะในเอเชียที่จะมีโอกาสได้ไปเล่นในทีมใหญ่ของลีกยุโรป หากพอจะนึกชื่อออกตั้งแต่อดีตก็คงมีอย่างฮิเดโตชิ นากาตะ, ปาร์ค จี ซอง, ชินจิ คางาวะ หรือซอง เฮือง มิน ทว่าล่าสุดได้มีข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการดึงดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นนามว่า ทาเคฟุสะ คุโบะ ไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ชื่อนี้อาจฟังไม่คุ้นหูคนบ้านเรานักแต่บอกเลยว่าเจ้าตัวมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยอยู่ทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่าแล้ว ทาเคฟุสะ คุโบะ เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2001 ที่เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยไปอยู่ในทีมฝึกหัดของ เอฟซี เพอร์ซิมม่อน กระทั่งปี 2010 ได้ย้ายไปอยู่ในทีมเยาวชนของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ด้วยพัฒนาการสุดโดดเด่นทำให้แมวมองของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่ามาดูฝีเท้าและตัดสินใจเซ็นสัญญาเจ้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2011 ทว่าการย้ายไปอยู่ต่างแดนครั้งแรกบวกกับอายุยังน้อยทำให้เจ้าตัวนั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ในปี 2015 จึงตัดสินใจกลับมาอยู่ในทีมเยาวชนของเอฟซี โตเกียว การได้กลับบ้านครั้งนี้เหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้เขาเริ่มกลับมาพัฒนาฝีเท้าแบบก้าวกระโดดอีกครั้งจนค่อย ๆ เลื่อนระดับขึ้นไปเล่นในชุดยู 23 และทีมชุดใหญ่ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในปี 2018 เขาถูกยืมตัวเพื่อไปฝึกปรือฝีเท้าและเพิ่มโอกาสในการสัมผัสเกมจริง ๆ กับ 

Continue Reading

ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ปิดฉากลงไปพร้อมกับถาดแชมป์ของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค อีกสมัย ด้วยปัจจัยแวดล้อมหลายด้านไม่แปลกที่พวกเขาจะเป็นเจ้าของบัลลังก์แชมป์ของฟุตบอลลีกเยอรมันมาอย่างยาวนาน ทั้งเงินในคลัง, การดึงตัวนักเตะในแต่ละซีซั่น รวมถึงการมีกุนซือระดับเทพเข้ามาช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นทุกปี อย่างตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้แม้พวกเขายังไม่ได้เดินเกมแบบเต็มตัวแต่ก็ต้องถือว่ามีข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากทีเดียว แต่ก่อนจะเริ่มถึงการซื้อนักเตะลองมองไปยังบรรดานักเตะที่ต้องย้ายและคาดว่าน่าจะย้ายออกจากทีมกันก่อน เริ่มด้วย ฟรองก์ ริเบรี่ ปีกหน้าบากชาวฝรั่งเศสที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่าเมื่อปีที่แล้วปีสุดท้ายที่เขาจะเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า แต่เจ้าตัวก็เน้นชัดเจนว่าเขายังสามารถเล่นให้กับทีมใหญ่ ๆ ได้สบายมาก หากมีใครสนใจดึงเขาไปร่วมทีม ทางด้านของ มัตส์ ฮุมเมลส์ ปราการหลังตัวแกร่งชาวเยอรมันก็มีข่าวว่าบ้านเก่าอย่าง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เตรียมขอซื้อกลับไปร่วมทีมอีกครั้งหลังเจ้าตัวแทบไม่ค่อยมีบทบาทในช่วงหลังกับบาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ในรายของ ฮาเมส โรดริเกวซ ปีกจรวดชาวโคลอมเบียก็เตรียมโบกมือลาเช่นกันหลังเจ้าตัวยืนยันกับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมมินิเก้ ว่าไม่ต้องการให้ทีมซื้อขาดหลังยืมตัวมา 2 ซีซั่นเนื่องจากต้องการเล่นอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของฝั่งซื้อเข้าตอนนี้ข่าวมาแรงสุดคงหนีไม่พ้นลีรอย ซาเน่ ปีกจรวดชาวเยอรมันที่ไม่ค่อยได้ลงตัวจริงอย่างสม่ำเสมอในทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การกุมบังเหียนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั่นทำให้เชื่อว่าพวกเขามีโอกาสสูงทีเดียวกับการดึงตัวดาวเตะหัวฟูรายนี้มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูทีท่าของฝั่งแมนฯ ซิตี้ ก่อนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ 

Continue Reading

หากพูดถึงกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี ทีมที่ประสบความสำเร็จมากสุดเวลานี้คงหนีไม่พ้น “ม้าลาย” ยูเวนตุส อย่างเมื่อซีซั่นที่แล้วพวกเขาสามารถคว้าตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะชาวโปรตุเกสจาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาร่วมทัพได้ส่งผลให้คว้าแชมป์ลีกไปอย่างง่ายดาย แม้ปีนี้การเสริมทัพอาจไม่ได้หวือหวานักในเรื่องตัวผู้เล่นแต่ขุมกำลังที่มีอยู่ก็เพียงพอกับการลุ้นแชมป์ลีกอีกปีรวมถึงการลุ้นแชมป์บอลถ้วยใหญ่ของยุโรปด้วย นักเตะหลายคนในทีมมีข่าวว่าทีมอื่น ๆ ให้ความสนใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีดาวเตะคนไหนตัดสินใจย้ายออกจากทีมอย่างมิราเล็ม ปานิช มิดฟิลด์ตัวทำเกมชาวบอสเนียที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าต้องการย้ายออกจากทีมแต่ล่าสุดเจ้าตัวออกมาพูดด้วยตนเองว่ายังเหลือสัญญาอีก 4 ปีและต้องการค้าแข้งในถิ่นตูรินต่อไป แบลส มาตุยดี้ ปราการหลังชาวฝรั่งเศสที่พึ่งคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสก็พูดในทำนองเดียวกันว่าเขายังไม่ต้องการย้ายไปไหนและจะขอช่วยทีมทำผลงานให้ดีที่สุดต่อไป ด้านของนักเตะย้ายเข้าตอนนี้ก็ยังมีเพียงข่าวความเคลื่อนไหว เช่น สนใจดึงตัวปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทักษะสูงจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม รวมถึงการดึงตัวกอนซาโล่ อิกัวอิน กลับมาจากเชลซีหลังจากเมื่อซีซั่นที่แล้วเขาไปช่วยเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งตอนนั้นคุมทัพโดยเมาริซิโอ ซาร์รี่ และนี่เองคือความน่าสนใจล่าสุดของทัพ “เบียงโคเนรี่” เมื่อกุนซือสิงห์อมควันตัดสินใจย้ายจากทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี กลับไปคุมยูเวนตุส แทนที่ของ มัสซิมิเลียโน่ เอลเลกรี ที่ออกจากตำแหน่งหลังพาทีมตกรอบศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แม้จะได้แชมป์ลีกแต่ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ การเข้ามาของซาร์รี่ถือว่าโอกาสในการพิสูจน์ฝีมือของเขากลับมาอีกครั้งหลังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักกับเชลซีแถมยังมีปัญหากับนักเตะหลาย ๆ คน เช่น เคปา 

Continue Reading