ศึกไทยลีกปีนี้มีกฎใหม่เพิ่มขึ้นมาและถือเป็นความน่าสนใจสุด ๆ กับโควตานักเตะอาเซียน โดยก่อนหน้านี้ไทยลีกบ้านเรามีการใช้กฎ 3+1 ก็คือเป็นนักเตะชาติใดก็ได้ 3 คนบวกด้วยนักเตะเอเชีย 1 คน กระทั่งล่าสุดเปลี่ยนมาเป็น 3+1+3 หมายถึงเลข 3 หลังคือสามารถเพิ่มนักเตะโควตาอาเซียนในการลงสนามได้อีก 3 ราย โดยเป็นโควตาที่รวมไปถึงรายชื่อผู้เล่นสำรองที่ส่งมาในแต่ละเกมแล้วด้วย คำถามที่น่าสนใจคือการให้โควตากับนักเตะอาเซียนแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีจริงหรือไม่? ถ้าตอบกันแบบตรง ๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องดีมาก ๆ ที่นักเตะเก่ง ๆ ในอาเซียนหลายคนได้มีโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีเท้าในบ้านเรา เป็นกำไรของผู้ชมที่จะได้เห็นบรรดานักเตะเหล่านี้ลับแข้งบนสนามด้วยสายตาของตนเอง แถมจะช่วยยกระดับนักเตะไทยให้เก่งขึ้นด้วยซ้ำเมื่อพวกเขาต้องเจอกับทีมจากอาเซียนจริง ๆ ในการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติรายการต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มความสามารถให้วงการฟุตบอลอาเซียนได้มากขึ้น นักเตะที่เข้ามาก็มีประสบการณ์ได้ใช้ประโยชน์จากการเข้ามาเล่นเต็ม ๆ หากมองไปยังรายชื่อนักเตะโควตาอาเซียนที่ดังที่สุดของบ้านเราคงหนีไม่พ้น อ่อง ธู แนวรุกจากเอสซีจี เมืองทอง ที่เคยโชว์ผลงานได้อย่างเข้าตากรรมการสุด ๆ เมื่อซีซั่นที่แล้วในการเล่นให้กับโปลิศ เทโร การมีแข้งต่างชาติในอาเซียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คืออีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นนักเตะไทยเองให้พัฒนาฝีเท้าดีกว่านี้มากขึ้นไปอีก ไม่อย่างนั้นโอกาสจะได้ลงเล่นในทีมก็น้อยลงตามลำดับ สมัยก่อนนักเตะหลายคนไม่ได้สนใจฝึกฝีเท้ามากนักด้วยจำนวนตัวเลือกที่มีจำกัดพวกเขาจึงรู้สึกว่าเล่นดีเล่นแย่ก็ได้ลงสนาม แต่เมื่อมีโควตาอาเซียนขึ้นมาแถมราคาไม่แพงแบบนี้ใครเคยคิดแย่ ๆ มาก่อนมีสิทธิ์ตัดหางปล่อยวัดยาว ๆ ได้เลย การเปิดตลาดนักเตะให้เพื่อนบ้านในทวีปเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาฟุตบอลไทยยังไงก็นับว่าเป็นเรื่องดีมาก ๆ 

Continue Reading

ซีซั่นนี้ศึกไทยลีก 1 มีการปรับจำนวนทีมให้เหลือเพียงแค่ 16 ทีมเท่านั้น แต่ก็ยังคงให้สิทธิ์ทีมจากไทยลีก 2 เมื่อซีซั่นที่แล้ว 3 อันดับแรกได้ขึ้นชั้นมาสัมผัสกับบรรยากาศลีกสูงสุดของประเทศว่าน่าตื่นเต้นเร้าใจขนาดไหน โดย 3 ทีมที่ขึ้นชั้นมาประกอบไปด้วย พีทีที ระยอง, ตราด เอฟซี และเชียงใหม่ เอฟซี เราลองมาส่องฟอร์มการเล่นของทั้ง 3 น้องเล็กที่ขึ้นมาว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มต้นด้วย “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ซึ่งเป็นแชมป์ไทยลีก 2 เมื่อซีซั่นที่แล้ว ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองมาก ๆ ด้วยความพร้อมของทีมที่ถือว่าน่าสนใจ มีการดึงนักเตะใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อช่วยยกระดับให้สามารถต่อกรกับบรรดาเขี้ยวลากดินบนไทยลีก 1 ทว่าฟอร์มในช่วงต้นด้วยความเป็นน้องใหม่ซึ่งเมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ แล้วพวกเขาอาจยังไม่ได้ดีมากนักแต่ก็ไม่ได้ถึงกับฟอร์มหลุดฟอร์มแย่ แม้อันดับจะยังอยู่โซนท้ายตารางแต่ถ้ามองไปยังทีมกลางตารางแล้วแต้มยังสูสีสุด ๆ โอกาสอยู่รอดปลอดภัยยังชิลล์ ๆ อย่างไรก็ตามถ้ามีการปรับทีมอีกนิดโดยเฉพาะแนวรุกรับรองว่าไปได้ไกลแน่ ๆ ต่อมาเป็น “ช้างขาวเจ้าเกาะ” ตราด เอฟซี ซึ่งปีที่แล้วคว้ารองแชมป์ไทยลีก 2 ไปครอง เมื่อช่วงต้นซีซั่นถือว่าเป็นข่าวช็อกเมื่อ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต 

Continue Reading

ศึกไทยลีก 1 ซีซั่นนี้นับตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่นต้องบอกว่ามีความสนุกมาก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มลุ้นแชมป์ซึ่งขอบอกเลยปีนี้ลุ้นกันยาว ๆ แม้แชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นเต็ง 1 แต่ก็ประมาททีมอื่น ๆ ไม่ได้เหมือนกัน เรียกว่าตอนนี้ยังมองภาพไม่ออกด้วยซ้ำจะมีม้าทั้งหมดกี่ตัวในการลุ้นแย่งแชมป์ว่าแล้วเราลองมาวิเคราะห์ความน่าสนใจกันดีกว่า ตามมาด้วยทีมฟอร์มแรงสุดในช่วงเวลานี้อย่าง “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่มีการดึงนักเตะดี ๆ เข้ามาทำให้องค์ประกอบลงตัวสุด ๆ โดยเฉพาะ 2 มิดฟิลด์อย่าง โก ซุน กิ กับ สุมัญญา ปุริสาย เรียกว่าตอนนี้รั้งจ่าฝูงแบบสบาย ๆ บวกกับนักเตะอย่างบดินทร์ ผาลา ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมด้วยกองกำลังอื่น ๆ ที่ยังอยู่กันครบ เช่น ดราแกน บอสโควิช, เซร์คิโอ ซัวเรซ, นูรูล ศรียานเก็ม บอกเลยว่าปีนี้พวกเขาลุ้นแชมป์เต็มตัวแน่นอน ทีมเงินถังอีกทีมอย่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ปีนี้ก็ยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์เหมือนเดิม ต้องบอกว่าแม้พวกเขาจะเสียกุนซือฝีมือดีอย่าง อเล็กซานเดร กาม่า 

Continue Reading

การเป็นนักฟุตบอลเชื่อว่าความใฝ่ฝันอันสูงสุดคงหนีไม่พ้นการได้ไปยืนชูถ้วยแชมป์โลกเพื่อประกาศศักดาให้ทุกคนได้รู้ว่าเขานั้นยอดเยียมมากขนาดไหน แต่โลกของฟุตบอลก็อย่างที่รู้ว่าต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเคยได้สัมผัสกับแชมป์โลกซึ่ง 5 นักเตะอาภัพเหล่านี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน 1. มิเชล พลาตินี่ ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักนโปเลียนลูกหนังรายนี้กันเป็นอย่างดี เขาเคยคว้าบัลลงดอร์ถึง 3 ปี ตอนเล่นให้กับยูเวนตุส แถมในทีมชาติฝรั่งเศสเขาคือความหวังสูงสุดของทีมในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยปัจจัยรอบตัวโดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมที่ไม่แข็งแกร่งพอจึงทำได้ดีที่สุดแค่คว้าอันดับ 3 ในปี 1986 ถือว่าน่าเสียดายมาก ๆ 2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดดาวเตะแห่งยุคชาวโปรตุเกสที่ได้รับการยกให้เป็นเบอร์ 1 ของโลกเวลานี้ แม้เขาจะคว้าแชมป์ระดับสโมสรมามากมายรวมถึงรางวัลส่วนตัวอีกนับไม่ถ้วน รวมถึงยังเคยพาทัพ “ฝอยทอง” คว้าแชมป์ยูโร 2016 มาครองได้สำเร็จ ทว่าด้วยปัจจัยแวดล้อมในทีมชาติโอกาสจะก้าวไปถึงแชมป์โลกคงเป็นเรื่องยากมาก ๆ สำหรับชายคนนี้ 3. ลีโอเนล เมสซี่ เมื่อพูดถึงโรนัลโด้จะไม่มีเมสซี่คงเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง จริง ๆ ต้องบอกว่าเขาก็คือนักเตะเบอร์ 1 อีกคนในยุคนี้แถมว่ากันตามตรงโอกาสคว้าแชมป์โลกกับทัพ “ฟ้า-ขาว” ยังมีมากกว่าโรนัลโด้ด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้เป็นอะไรพอเวลาเล่นในนามทีมชาติทีไรเขามักทำผลงานได้ย่ำแย่จนถึงขนาดเคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติมาแล้ว และด้วยอายุอานามที่มากขึ้นเรื่อย ๆ หากยังคงเล่นอยู่ฟุตบอลโลกคราวหน้าคงเป็นครั้งสุดท้าย (ถ้าผ่านเข้ารอบได้) 4. เปาโล มัลดินี่ 

Continue Reading

1. เลือกโค้ชผิด คิดจนตัวตาย หากมองถึงปัญหาแรกที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้อาจต้องย้อนไปยังผู้บริหารที่ตัดสินใจเลือก “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เข้ามาเป็นกุนซือ ด้วยโปรไฟล์ของอดีตกุนซือโอสถสภาจะทำทีมรอดตกชั้นมามากมายแต่เมื่อมองถึงคุณสมบัติกับการทำทีมลุ้นแชมป์แล้วเจ้าตัวไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และมันแสดงให้เห็นทันทีว่าการจะคุมนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์พร้อมทั้งพาทีมใหญ่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายจนท้ายที่สุดก็ขอลาออกด้วยตนเองหลังผ่านไปไม่กี่นัด 2. แรงจูงใจของนักเตะที่มีหายไป สำหรับนักเตะในทีมหลาย ๆ คนคือซุปเปอร์สตาร์ที่เคยคว้าแชมป์กับทีมมาแล้วทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นธีรศิลป์ แดงดา, สารัช อยู่เย็น, อดิศักดิ์ ไกรสร หรือแม้แต่ตัวต่างชาติอย่างเฮร์แบร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ก็ยังเค้นฟอร์มเก่งของตนเองไม่ออก แรงจูงใจต่าง ๆ ที่มีภายในทีมหายไป ไม่แปลกที่บ่อยครั้งเรามักเห็นนักเตะเมืองทองวิ่งไม่สุดหรือเล่นแบบเนือย ๆ จนแฟนบอลต้องปวดหัว 3. นักเตะใหม่ใช่ของจริงหรือเปล่า ซีซั่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทีมเมืองทองมากมายโดยเฉพาะการดึงเอานักเตะใหม่ ๆ เข้ามาสู่ทีมผสมกับบรรดาดาวรุ่งที่ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่เป็นปีแรก นักเตะที่เข้ามาเช่น อ่อง ธู, ดัง วัน ลัม, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ซึ่งถ้าฟังจากชื่อชั้นไม่ได้ถือว่าแย่ แต่เมื่อฟอร์มการเล่นไม่เป็นดังใจหวังก็ต้องเกิดคำถามตามมาว่าเขาเหล่านี้ใช่ของจริงหรือไม่ 4. ปัญหาเรื่องเงินและอื่น ๆ ภายในทีม คงเคยเห็นคลิปที่แฟนบอลตะโกนด่านักเตะและผู้บริหารนั่นอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้ว่าการทุ่มเทให้กับทีมมีน้อยเกินไปหรือเปล่าโดยเฉพาะบรรดาผู้บริหารที่แม้มีเม็ดเงินมหาศาลแต่ไม่กล้าดึงเอานักเตะชื่อชั้นดี ๆ เข้ามาร่วมทีมประกอบกับหลายครั้งเรามักเห็นการทำงานที่เหนือกว่าโค้ชจึงทำให้กลายเป็นอาการอย่างที่เห็น ใครเป็นแฟนบอลเมืองทองตอนนี้คงได้แต่ปวดหัวพร้อมกุมขมับกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในทีมและยังไม่รู้ว่าบทสรุปท้ายที่สุดพวกเขาจะตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 ปีหน้าหรือไม่ ซึ่งเอาจริง 

Continue Reading

เมื่อพูดถึงแฟนบอลไทยลีกที่มีความสุขมากที่สุดตอนนี้คงต้องยกให้กับบรรดา “สิงห์เจ้าท่า” เพราะทีมรักของเขาอย่างการท่าเรือ เอฟซี ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจจนเวลานี้รั้งจ่าฝูงเดี่ยว ๆ จนหลายคนเชื่อว่าอาจเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ได้ง่าย ๆ เลย เราลองมาดู 5 ปัจจัยที่พาทีมดังแห่งย่านคลองเตยทีมนี้แล่นไปไกลแบบติดลมบน 1. นักเตะหน้าใหม่ใช้งานได้ทันที ต้องบอกว่าปีนี้ทีมงานของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ตาแหลมมาก ๆ ที่ไปดึงเอานักเตะใหม่เข้ามาในทีมแล้วใช้งานได้ทันทีโดยเฉพาะสุมัญญา ปุริสาย ย้ายจากแบงค็อก ยูไนเต็ด, โก ซุล กิ ย้ายจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่นส่งผลให้แผงมิดฟิลด์ของท่าเรือครบเครื่องสุด ๆ มีกองกลางชาวเกาหลีใต้คอยเชื่อมจังหวะระหว่างเกมรับกับเกมรุก มีมิดฟิลด์ทีมชาติไทยสร้างจังหวะงาม ๆ ให้เพื่อนตลอด แบบนี้เป็นใครก็ต้องอิจฉา 2. การแย่งตำแหน่งของนายทวาร เป็นเรื่องประหลาดที่จะบอกว่านายทวารทั้ง 3 คนของการท่าเรือสามารถสลับลงมาเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด ว่าง่าย ๆ คือหากพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่สามารถไปเป็นตัวจริงกับทีมอื่นสบาย ๆ ทั้งรัตนัย ส่องแสงจันทร์, วรวุฒิ ศรีสุภา และวัชระ บัวทอง ใครก็ตามเมื่อได้โอกาสลงสนามจะทำผลงานดีสุด ๆ จน เซอร์เด็จ 

Continue Reading

พรีเมียร์ลีกคือลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก มีบรรดาดาวดังต่าง ๆ ไปรวมตัวกันอยู่ที่นี่มากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุดยอดซุปเปอร์สตาร์ทุกคนจะเคยสัมผัสกับแชมป์รายการนี้ นอกจากเก่งแล้วอาจต้องมีเฮงเข้ามาเกี่ยวด้วยเหมือนกัน และนี่คือนักเตะที่ได้รับการยกว่าดีที่สุดคนหนึ่งตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกแต่ไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยสักครั้ง 1. สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิสเตอร์ ลิเวอร์พูล คือตัวอย่างแรกที่เราคงเห็นภาพกันชัดเจนมากที่สุด เขาจัดเป็นมิดฟิลด์ระดับโลกที่ช่วงฟอร์มพีค ๆ ไม่มีใครหยุดเขาอยู่แน่ ๆ โดยเฉพาะลูกยิงไกลอันทรงพลัง ในซีซั่น 2013/14 ลิเวอร์พูลจ่อแชมป์เข้าไปทุกที่แต่ปรากฏว่าเกมกับเชลซีเจอร์ราร์ดดันลื่นทำให้เดมบ้า บา ฉกบอลไปยิงและปิดท้ายซีซั่นด้วยรองแชมป์อันแสนเจ็บปวด 2. จานฟรังโก โซล่า สุดยอดดาวเตะขวัญใจเชลซีตลอดกาลคนหนึ่ง ลงเล่นให้กับทีมไปถึง 312 เกม ยิงได้ 80 ลูก แต่น่าเสียดายว่ายุคนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” ยังไม่ได้เป็นสิงโตพันล้านจึงทำให้พวกเขาเป็นทีมกลางตารางค่อนไปทางบนและดาวยิงชาวอิตาเลียนรายนี้ก็ไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกเลย 3. พอล แกสคอยน์ “แกซซ่า” จัดเป็นนักเตะอังกฤษที่หาได้ยากโดยเฉพาะการเลื้อยแบบทะลุทะลวง การยิงอันแสนคมกริบ ครั้งหนึ่งเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเคยบอกว่าดาวเตะรายนี้จัดเป็นคนที่เขาผิดหวังมากตอนไม่ได้ย้ายมาร่วมทีม และน่าเสียดายที่เจ้าตัวเละเทะในสนามจนกู่ไม่กลับท้ายที่สุดเวลานี้เขาคือลุงขี้เมาคนหนึ่งที่แทบไม่เหลือเค้าความเป็นยอดนักเตะอีกเลย 4. เจมี่ คาร์ราเกอร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟผู้จงรักภักดีกับ “หงส์แดง” อีกรายจนเขากลายเป็นตำนานของทีมไปเรียบร้อย แต่น่าเสียดายที่ชีวิตค้าแข้งไม่เคยได้สัมผัสถ้วยพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่โอกาสก็มีอยู่บ้าง แต่ยังดีที่เคยคว้าแชมป์ยุโรปมาให้แฟน 

Continue Reading

รอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกคู่ที่น่าสนใจเป็นการพบกันระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยอดทีมจากเกาะอังกฤษที่กำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกภายใต้การนำของเจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ปะทะกับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่มีโอกาสสูงมาก ๆ กับการคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ในซีซั่นนี้ จากมันสมองของ เอร์เนสโต บัลเบร์เด ถือเป็นรอบรองชนะเลิศที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเกมแรกจะไปเล่นกันที่คัมป์ นู ในเมืองบาร์เซโลน่าก่อนกลับไปเล่นในที่แอนฟิลด์ เมืองลิเวอร์พูล รอบก่อนรองชนะเลิศต้องบอกว่าทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลิเวอร์พูล เอาชนะปอร์โต้มาแบบสบายเกือบด้วยสกอร์รวม 6-1 ขณะที่บาร์เซโลน่าเองก็เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวม 4-0 ถือว่าฟอร์มสวยมาก ๆ และจัดว่าเป็นทีมที่เกมรุกดุดัน มันส์หยดติ๋งจริง ๆ การพบกันของทั้งคู่จึงเหมือนเป็นการวัดว่าจริง ๆ แล้วใครคือทีมที่เกมบุกดุดันสุดบนเวทียุโรปกันแน่ เริ่มต้นด้วยบาร์ซ่าที่ผ่าน “ปีศาจแดง” มาแบบสบาย ๆ แน่นอนว่าพวกเขานำโดยลีโอเนล เมสซี่ มิดฟิลด์ตัวรุกชาวอาร์เจนติน่าที่เปรียบเสมือนหัวใจของทีม ขณะที่ดาวเตะคนอื่น ๆ ก็อยู่กันครบครันไม่ว่าจะเป็นหลุยส์ ซัวเรส, เคราร์ด ปิเก้, จอร์ดี้ อัลบา, 

Continue Reading

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่น 2018/19 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย โดยคู่ที่จะวิเคราะห์สำหรับบทความนี้เป็นทีมที่ต่างล้มยักษ์มาด้วยกันทั้งคู่ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การคุมทัพของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ปะทะกับ อาแจ็กซ์ ทีมดังจากเอเรดิวิซี่ลีก ฮอลแลนด์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ เอริก เตน ฮาก โดยเกมนัดแรกจะเล่นกันที่สนามนิว ไวท์ ฮาร์ท เลน ในกรุงลอนดอน ก่อนจะกลับไปตัดสินในนัดสุดท้ายที่อัมสเตอร์ดัม อารีน่า เมืองอัมสเตอร์ดัม ย้อนกลับไปในรอบก่อนรองชนะเลิศสเปอร์สพลิกล็อกเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแบบสุดมันส์ด้วยกฎประตูทีเยือน ขณะที่อาแจ็กซ์เองช็อกโลกหนักยิ่งกว่าด้วยการเขี่ยยูเวนตุสที่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์ประจำทีมตกรอบ เล่นเอาแฟน ๆ ต่างบ่นคิดถึงทีมชุดปี 1995 หรือกว่า 20 ปีที่แล้วกันเลยทีเดียว เอาเข้าจริงหากมองตามชื่อชั้นพลพรรค “ไก่เดือยทอง” ยังคงดูดีมีภาษีกว่ามากกับบรรดานักเตะซุปเปอร์สตาร์ที่อยู่กันแน่นทีมไม่ว่าจะเป็นฮูโก้ โยริส, แยน แฟร์ตองเกน, ซอง เฮือง มิน, เดลล่ อัลลี, คริสเตียน อิริคเซ่น 

Continue Reading

พูดถึงฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ซีซั่นนี้ต้องบอกว่าบรรดาทีมหัวตารางลุ้นกันสนุกมาก ๆ โดยเฉพาะเสือ 2 ตัวอย่าง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ตอนแรกดูเหมือนว่าดอร์ทมุนด์จะแบเบอร์ในการคว้าแชมป์แน่แต่ไป ๆ มา ๆ ลูกทีมของนิโก้ โควัช ก็กลับมาเร่งเครื่องในช่วงครึ่งซีซั่นหลังจนเวลานี้แต้มนำเป็นจ่าฝูงเฉยเลย อย่างไรก็ตามแม้ทีมหัวตารางของเวทีฟุตบอลเยอรมันยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าใครมีโอกาสคว้าถาดแชมป์ไปครองแต่สำหรับทีมท้ายตารางหากดูจากสถานการณ์ตอนนี้ต้องบอกว่าค่อนข้างชัดเจนสุด ๆ กับ 2 ทีมที่มีโอกาสสูงมากในการตกชั้นลงไปเล่นในบุนเดสลีกา 2 ซึ่งทั้ง 2 ทีมที่ว่าหลังจากลงแข่งไป 29 นัด ก็คือ ฮันโนเวอร์ 96 ที่มีเพียงแค่ 14 คะแนน เท่านั้น แถม 5 นัดหลังสุดก็แพ้แบบเละเทะมาทุกนัด ขณะที่อีกทีมก็คือ เนิร์นแบร์ก ที่แม้จะมี 18 คะแนน แต่โอกาสที่จะร่วงตกชั้นมีสูงมากด้วยฟอร์มที่ย่ำแย่ไม่แพ้กันแข่ง 5 นัด หลังสุดเก็บได้แค่ 5 คะแนนเท่านั้น ในส่วนของทีมที่มีโอกาสไปเตะเพลย์ออฟกับทีมในบุนเดสลีกา 2 

Continue Reading